วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความเป็นแม่ ผู้แบกภาระอันยิ่งใหญ่

ความเป็นแม่  ผู้แบกภาระอันยิ่งใหญ่ ต้นกำเนิดของมนุษย์ไม่ต้องค้นหาให้ยาวไกล ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีค้นหาให้เสียเวลา เสียงบประมาณให้มากในการแสวงหาคำตอบว่ามนุษย์เกิดมากจาอะไร ทำไมแสวงหาสิ่งไกลตัวจนไม่แน่ใจว่าค้นหาแล้วจะได้อะไรตามมา ย้อนให้กลับมาให้ตัว เห็นและจับต้องได้ ว่าเราเกิดมาจากใครดูเหมือนจะง่ายกว่า แน่นอนว่า 95% ขึ้นไปของผู้คนบนโลกใบนี้เกิดจากผู้หญิงที่เราเรียกกันว่าแม่ ส่วนที่ 5 % ผมไ่ม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เช่น การทำกิฟ หรืออะไีรก็แล้วแต่ ซึ่งก็ล้วนเกิดจากต้นกำเนิดเดียวนั่นก็คือพ่อแม่ การมีแม่อย่างเดียวก็ไม่สามารถให้กำเนิดได้ต้องมีต้นกำเนิดที่มีพ่อด้วย เป็นกระบวนการสร้างมาแต่ไหนแต่ไรมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้กระบวนการสร้างสิ่งมีชีิวิตหนึ่งให้เกิดขึ้นมาและเติบโตเป็นผู้เป็นคนได้ย่อมมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความเป็นผู้ให้ ในศาสนาพุทธ พ่อแม่ประดุจเป็นพรหมของลูก คำว่าพรหม คือพระำพรหม ซึ่งมีคุณสมบัติของการเป็นพรหมอยู่ 4 ประการ คือ 1. เมตตา คือ ความรักที่ปราศจากเงื่อนไขใด ๆ 2. กรุณา คือ ความปรารถนาที่อยากให้ผู้อื่นเป็นสุขโดยไม่มีเงื่อนไข 3. มุทิตยา คือ มีความยินดี ชื่นชม ปิติใจที่เห็นผู้ือื่นได้ดี มีความสุข อย่างไรเงื่อนไข และ 4. อุเบกขา คือ วางเฉย ไม่ซ้ำเติมต่อการล้มเหลวของผู้อื่นอย่างไรเงื่อนไข แต่สำหรับผู้เป็นพ่อแม่แล้ว ถึงแม้จะไม่สามารถกระทำเช่นนั้นก็กับคนทั่วไปได้แล้ว แต่สำหรับบุตรของตนเอง ย่อมสามารถทำได้ ความเป็นแม่ดูเหมือนจะอ่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกของลูกได้รวดเร็วกว่าพ่อ เพราะการมีสายใยที่แน่นแฟ้นกว่ากันนั่นเอง ลูกอยู่กับแม่มาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งนานมากสำหรับคน ๆ หนึ่ง ลองคิดดู เอาลูกแตงโมงหนักสัก 2 - 3 กิโลกรัม มาอุ้มไว้แล้วไปไหนก็ไปด้วย สักวันเดียวยังรู้สึกเหนื่อยแล้ว นี่อยู่กับแม่มาถึง 9 เดือน เป็นภาระอันยิ่งที่ต้องรับผิดชอบของความเป็นแม่ แม้ออกจากตัวของแม่แล้วยังต้องอาศัยแม่จนโตเท่าไหร่ยังไม่รู้ แต่สำหรับแม่แล้วลูกแม้จะแก่าราวกันกับแม่แล้วยังไงความรู้สึกก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป เป็นความมหัศจรรย์แห่งความรักที่มั่นคงจีรัง ถึงได้เห็นความสัมพันธ์ในการเวี่ยนวายตายเกิดตามความเชื่อของศาสนาพุทธแล้วว่าลูกและแม่ต่างเกิดตายร่วมกันมานับชาติไม่ถ้วนเลยทีเดียว สรุป ลงไปว่าหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของแม่นั้นมีหลายประการที่แน่ ๆ ชีวิตที่เรามีมาได้ เติบโตมาได้ มีแม่เป็นผู้ให้ ร่างกายนี้เสมือนเป็นของแม่ ดังนั้นเราควรดูแล ทะนุถนอมแม่ของเรา (ร่างกายของเรา) ให้มั่นคง ปลอดภัย และไร้มลทิน การรักษาเนื้อรักษาตัวเหมือนเป็นการรักษาแม่ของเราให้อยู่ตราบนานเท่านาน และยังประโยชน์ตนให้ถึงพร้อม และจะได้ยังประโยชน์ท่านอื่น ๆ ให้ถึงพร้อมดังตนเอง นั่นเท่ากับว่าตอบแทนคุณแม่ได้หมดจดและเป็นการสมควรที่สุดแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น